มู่เล่ย์ V-Belt เลือกร่อง SPA SPB SPC อย่างไรให้ตรงกับสายพานและกำลังมอเตอร์
  • Created: 5 ตุลาคม 2026 at 16:01
  • Updated: 5 ตุลาคม 2026 at 18:22
  • 11
  • 0

มู่เล่ย์ V-Belt หลายขนาดสำหรับเทียบร่องและกำลังมอเตอร์

มู่เล่ย์ V-Belt เลือกร่อง SPA SPB SPC อย่างไรให้ตรงกับสายพานและกำลังมอเตอร์

SPA, SPB และ SPC บน มู่เล่ย์ V-Belt ไม่ได้บอกแค่ว่าร่องเล็กหรือใหญ่ แต่หมายถึง ประเภทของสายพานที่ต้องใช้ร่วมกัน หากเลือกร่องผิด สายพานอาจนั่งในร่องไม่ถูกตำแหน่ง รับแรงไม่เหมาะสม และไม่สามารถอ้างอิงค่ากำลังส่งจากตารางผู้ผลิตได้ตามที่ออกแบบไว้

หลักสำคัญคือ เลือกร่องมู่เล่ย์ให้ตรงกับประเภทของสายพานก่อน แล้วจึงคำนวณขนาดมู่เล่ย์และจำนวนร่องจากกำลังมอเตอร์ รอบ อัตราทด ลักษณะโหลด และชั่วโมงทำงาน ไม่ควรเลือกจากกำลังมอเตอร์เพียงค่าเดียว

SPA SPB และ SPC ต่างกันตรงไหน

SPA, SPB และ SPC เป็นหน้าตัดของ Narrow หรือ Wedge V-Belt ตามมาตรฐาน DIN 7753 Part 1 / ISO 4184 โดยสายพานแต่ละประเภทมีขนาดแตกต่างกัน

โดยมีขนาดโดยประมาณดังนี้

ประเภท

หน้ากว้างสายพานโดยประมาณ

ความสูงโดยประมาณ

ร่องมู่เล่ย์ที่ใช้ร่วมกัน

SPA

12.7 มม.

10 มม.

SPA / 13

SPB

16.3 มม.

13 มม.

SPB / 17

SPC

22 มม.

18 มม.

SPC / 22

ร่องของ V Belt Pulley จึงต้องสัมพันธ์กับหน้าตัดสายพาน ไม่ควรนำสายพานมีขนาดใกล้กันมาใช้แทนทันที เพราะความสามารถในการส่งกำลัง เส้นผ่านศูนย์กลางมู่เล่ย์ และค่าที่ใช้คำนวณของสายพานแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน

กำลังมอเตอร์อย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าควรใช้ร่องไหน

คำถามว่า “มอเตอร์ 15 kW ควรใช้ SPA หรือ SPB” ขนาด kW ไม่สามารถใช้เลือกประเภทของสายพานได้

มอเตอร์กำลังเท่ากันอาจใช้ระบบสายพานต่างกันได้ เพราะความสามารถในการส่งกำลังของ V-Belt ยังขึ้นอยู่กับ

  • ความเร็วรอบมอเตอร์
  • รอบที่ต้องการฝั่งเครื่องจักร
  • ขนาดมู่เล่ย์ตัวเล็ก
  • จำนวนสายพานหรือจำนวนร่อง
  • มุมโอบของสายพาน
  • ความยาวสายพาน
  • ชั่วโมงทำงานต่อวัน
  • ลักษณะการสตาร์ตและโหลด
  • ประเภทเครื่องจักรที่ถูกขับ

ดังนั้น ขั้นตอนออกแบบจึงต้องพิจารณากำลังใช้งานจริง คำนวณอัตราทด เลือกขนาดมู่เล่ย์ และคำนวณจำนวนสายพานร่วมกัน

เริ่มจากหา Design Power

การคำนวณ V-Belt Drive มักนำกำลังของต้นกำลังมาพิจารณาร่วมกับ Service Factor

Design Power = Motor Power × Service Factor

Service Factor ไม่ใช่ค่าคงที่ ของเครื่องจักรทุกประเภท แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ประเภทเครื่องจักร ชั่วโมงทำงาน และความรุนแรงของการสตาร์ตหรือโหลด

ตัวอย่างเช่น มอเตอร์ 15 kW ใช้ขับพัดลมซึ่งมีโหลดค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่ควรถูกตีความว่าต้องใช้ระบบสายพานเหมือนกับมอเตอร์ 15 kW ที่ใช้ขับเครื่องจักรที่มี Shock Load

เลือก SPA, SPB หรือ SPC จากอะไร

ในทางปฏิบัติ ควรนำ Design Power และความเร็วรอบของมู่เล่ย์ตัวเล็ก ไปเทียบกับ Selection Chart หรือโปรแกรมคำนวณของผู้ผลิตสายพาน

จึงไม่ควรใช้กฎตายตัวว่า

  • มอเตอร์เล็กต้องใช้ SPA
  • มอเตอร์กลางต้องใช้ SPB
  • มอเตอร์ใหญ่ต้องใช้ SPC

เพราะยังสามารถปรับจำนวนสายพาน ขนาดมู่เล่ย์ และเงื่อนไขอื่นในระบบได้

SPA

มีหน้ากว้างเล็กกว่า SPB และ SPC เหมาะกับระบบที่ กำลัง รอบ และขนาดมู่เล่ย์อยู่ในช่วงที่สายพาน SPA รองรับ สามารถออกแบบระบบให้ค่อนข้างกะทัดรัด แต่ยังต้องรักษาขนาดมู่เล่ย์ขั้นต่ำตามข้อกำหนดของสายพาน

SPB

มีหน้ากว้างใหญ่ขึ้นและพบได้ในระบบส่งกำลังอุตสาหกรรมหลายประเภท ใน application เดียวกัน อาจใช้สายพานรุ่น SPB จำนวนน้อยกว่าสายพานรุ่น SPA  แต่จำนวนจริงต้องคำนวณจากค่ากำลังที่สายพานรองรับ

SPC

เป็นสายพานที่มีหน้ากว้างใหญ่สุดเมื่อเทียบกับรุ่น SPA, SPB โดยรุ่น SPC เหมาะกับระบบที่ต้องการการส่งกำลังสูงขึ้น และต้องใช้มู่เล่ย์ที่มีขนาดเหมาะสมและมีพื้นที่ติดตั้งเพียงพอ

การเลือกประเภทสายพานใหญ่ที่สุดไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอ เพราะอาจทำให้มู่เล่ย์ใหญ่ขึ้น น้ำหนักเพิ่ม และใช้พื้นที่มากเกินความจำเป็น

ขนาดมู่เล่ย์สำคัญพอ ๆ กับชนิดร่อง

หลังเลือกร่องแล้ว ต้องตรวจ Diameter ของ มู่เล่ย์ V-Belt โดยเฉพาะมู่เล่ย์ตัวเล็ก เพราะสายพานจะถูกดัดทุกครั้งที่วิ่งผ่าน

โดยทั่วไป การใช้มู่เล่ย์ใหญ่ขึ้นภายในขอบเขตที่ระบบรองรับจะช่วยลดการดัดของสายพาน แต่ก็ต้องคำนึงถึงรอบ อัตราทด และพื้นที่ติดตั้งด้วย

อัตราทดเป็นตัวกำหนดขนาดมู่เล่ย์สองฝั่ง

ถ้ามอเตอร์หมุน 1,450 rpm แต่เครื่องจักรต้องการ 725 rpm มู่เล่ย์สองตัวไม่สามารถมีขนาดเท่ากันได้ แม้จะเลือกร่องและจำนวนสายพานถูกต้องแล้วก็ตาม

สำหรับระบบสายพานทั่วไป สามารถพิจารณาอัตราทดโดยประมาณจาก

i = n₁ / n₂ 

โดย

  • n₁ = รอบมู่เล่ย์ตัวขับ
  • n₂ = รอบมู่เล่ย์ตัวตาม

ตัวอย่าง หากต้องการลดรอบประมาณ 2:1 มู่เล่ย์ฝั่ง Driven จะมี Datum Diameter ประมาณ 2 เท่าของฝั่ง Driver เมื่อยังไม่พิจารณา Slip และปัจจัยอื่น

เมื่อได้ขนาดจากอัตราทดแล้ว ต้องตรวจซ้ำว่า มู่เล่ย์ตัวเล็กไม่ต่ำกว่า Diameter ขั้นต่ำที่สายพานกำหนด

อีกจุดที่ควรระวังคือ อย่านำ Outside Diameter ที่วัดจากขอบมู่เล่ย์ไปใช้คำนวณอัตราทดโดยตรง เพราะค่าที่ใช้อ้างอิงในระบบ V-Groove Pulley คือ Datum Diameter

จำนวนร่องต้องสัมพันธ์กับกำลังที่ต้องส่ง

เช่น เลือกสายพานรุ่น SPB  ไม่ได้หมายความว่าใช้ 1 ร่องได้กับมอเตอร์ทุกขนาด

หากกำลังที่ระบบต้องส่งสูงกว่าความสามารถของสายพานหนึ่งเส้นภายใต้เงื่อนไขนั้น ต้องเพิ่มจำนวนสายพานและใช้มู่เล่ย์หลายร่อง

แนวคิดเบื้องต้นคือ

จำนวนสายพาน ≈ Design Power ÷ Corrected Power Rating ต่อสายพาน

ก่อนคำนวณจำนวนเส้น ต้องปรับ Power Rating ตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด เช่น Diameter, RPM, Belt Length และ Arc of Contact

ตัวอย่าง หากผลคำนวณได้ 2.4 เส้น จะต้องพิจารณาอย่างน้อย 3 เส้นตามวิธีคำนวณของผู้ผลิต

จึงไม่ควรกำหนดล่วงหน้าว่า “มอเตอร์ 30 kW ต้องใช้ SPB 3 ร่อง” หากยังไม่ทราบ RPM, Pulley Diameter และ Service Factor

ถ้าเพิ่มจำนวนร่อง ต้องตรวจอะไรเพิ่ม

มู่เล่ย์สามารถมี 2, 3, 4 หรือหลายร่องได้ตามรุ่นและผลการคำนวณ แต่เมื่อจำนวนร่องเพิ่มขึ้น ต้องตรวจส่วนอื่นของระบบด้วย

ความกว้างมู่เล่ย์
จำนวนร่องมากขึ้นทำให้มู่เล่ย์กว้างขึ้น ต้องตรวจพื้นที่บนเพลาและระยะห่างจาก Bearing

Hub และเพลา
แรงบิดไม่ได้ผ่านเฉพาะสายพาน แต่ยังส่งต่อผ่าน Hub, Taper Bush, Key และ Shaft ซึ่งต้องอยู่ในพิกัดที่รองรับได้

การตั้งแนว
ระบบหลายร่องต้องตั้งแนว Driver และ Driven Pulley ให้ถูกต้อง เพราะ Misalignment อาจทำให้สายพานแต่ละเส้นรับโหลดไม่เท่ากัน

ชุดสายพาน
ระบบ Multi-belt ควรใช้สายพานตามข้อกำหนดเรื่อง Matching ของผู้ผลิต ไม่ควรผสมสายพานที่มีความยาวหรือสภาพต่างกันโดยไม่มีข้อมูลรองรับ

ก่อนสั่ง V Belt Pulley ควรเตรียมข้อมูลอะไร

แทนที่จะเริ่มต้นด้วยคำว่า “ต้องการมู่เล่ย์ SPB 3 ร่อง” ควรเตรียมข้อมูลของระบบให้ครบก่อน โดยเฉพาะกรณีออกแบบใหม่หรือเปลี่ยนอัตราทด

ข้อมูลต้นกำลัง

  • กำลังมอเตอร์ kW หรือ HP
  • รอบมอเตอร์
  • วิธี Start
  • ขนาดเพลา

ข้อมูลเครื่องจักร

  • รอบที่ต้องการ
  • ประเภทโหลด
  • ชั่วโมงทำงานต่อวัน
  • มี Shock Load หรือไม่

ข้อมูลระบบสายพาน

  • Belt Profile เดิม
  • ความยาวสายพาน
  • จำนวนเส้น
  • Center Distance
  • Diameter ของมู่เล่ย์ Driver และ Driven
  • จำนวนและขนาดร่อง

ข้อมูลการติดตั้ง

  • ขนาดเพลา
  • Keyway
  • ระบบยึด เช่น Taper Bush
  • พื้นที่สำหรับ Pulley และ Hub

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เลือกร่อง ขนาดมู่เล่ย์ และจำนวนสายพานจากสภาพการใช้งานจริง ไม่ใช่จากค่า kW เพียงตัวเดียว

ถ้าเปลี่ยนมู่เล่ย์เดิม ให้ตรวจ 4 จุดนี้ก่อน

กรณีเครื่องจักรมีระบบ V-Belt อยู่แล้วและต้องการเปลี่ยนเฉพาะมู่เล่ย์ การวัด Outside Diameter อย่างเดียวไม่เพียงพอ

หนึ่ง — ประเภทของสายพานเดิม
ตรวจว่าเป็นรุ่น SPA, SPB, SPC หรือรุ่นอื่น เพื่อเลือกร่องให้ตรงกัน

สอง — เบอร์มู่เล่ย์เดิม
หากต้องการ RPM เดิม ต้องเลือกขนาดมู่เล่ย์ให้เท่าหรือใกล้เคียงเบอร์เดิม

สาม — จำนวนร่อง
ต้องสัมพันธ์กับจำนวนสายพานและกำลังที่ระบบออกแบบไว้

สี่ — Bore และ Taper Bush
แม้รุ่นและ Diameter จะถูกต้อง แต่หาก Bush หรือ Bore ไม่ตรงกับเพลาก็ไม่สามารถติดตั้งได้

ข้อมูล 4 จุดนี้ช่วยแยกได้ว่ากำลัง “เปลี่ยนทดแทนตามสเปกเดิม” หรือ “ออกแบบ Drive ใหม่” ซึ่งต้องใช้ข้อมูลและการคำนวณต่างกัน

เรื่องที่ควรรู้ก่อนสั่งมู่เล่ย์ V-Belt

Q: สายพาน SPB สามารถใส่กับมู่เล่ย์ SPA ได้หรือไม่?

A: ไม่ควร เพราะ SPB และ SPA มีหน้าตัดต่างกัน ร่องมู่เล่ย์ต้องสัมพันธ์กับรุ่นของสายพาน การใช้ร่องผิดประเภททำให้ตำแหน่งสัมผัสระหว่างสายพานกับร่องไม่เป็นไปตามที่ออกแบบไว้


Q: SPA กับสายพาน A ใช้มู่เล่ย์ตัวเดียวกันได้หรือไม่?

A: มู่เล่ย์มาตรฐานบางกลุ่มออกแบบร่องให้สามารถใช้กับสายพาน SPA , A  ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสายพาน SPA และ A จะใช้แทนกันได้ทุกระบบ เพราะค่า Minimum Pulley Diameter และ Power Rating ต่างกัน ควรตรวจตารางของสายพานรุ่นที่จะใช้จริง


Q: เพิ่มกำลังมอเตอร์แล้วใช้มู่เล่ย์เดิมได้หรือไม่?

A: ต้องคำนวณใหม่ก่อน เพราะกำลังมอเตอร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้ Design Power และ Torque เปลี่ยน อาจต้องเพิ่มจำนวนสายพาน เปลี่ยนรุ่นหรือเปลี่ยนขนาดมู่เล่ย์ รวมถึงตรวจพิกัดของ Pulley, Taper Bush, Key และ Shaft


Q: มู่เล่ย์หลายร่องต้องใส่สายพานครบทุกร่องหรือไม่?

A: หากระบบถูกออกแบบให้ใช้สายพานตามจำนวนร่องนั้น ควรติดตั้งตามจำนวนที่คำนวณไว้ การลดจำนวนสายพานโดยไม่คำนวณใหม่จะทำให้โหลดต่อเส้นเพิ่มขึ้นและอาจเกินพิกัดที่ออกแบบไว้

H2: เลือกร่องให้ถูกก่อน แล้วค่อยกำหนดขนาดและจำนวน

การเลือก มู่เล่ย์ V-Belt ไม่ควรเริ่มจากกำลังมอเตอร์แล้วตัดสินทันทีว่าจะใช้ SPA, SPB หรือ SPC แต่ควรเริ่มจากประเภทสายพานและเงื่อนไขเครื่องจักร จากนั้นหา Design Power ตรวจรอบและอัตราทด เลือก Diameter ที่อยู่ในช่วงที่สายพานรองรับ แล้วจึงคำนวณจำนวนสายพานและร่อง

สำหรับระบบที่ต้องตรวจสเปกเดิมหรือเลือกอุปกรณ์ใหม่ บริษัท อินโนไดร์ฟ จำกัด มีอุปกรณ์ระบบส่งกำลังทั้งมู่เล่ย์ สายพาน Taper Bush และมอเตอร์ไฟฟ้า การเตรียมข้อมูลกำลังมอเตอร์ รอบ ขนาดเพลา และ Profile สายพานให้ครบ จะช่วยให้ตรวจสเปกมู่เล่ย์ได้ตรงกับเครื่องจักรมากขึ้น

เตรียมกำลังมอเตอร์ รอบ Profile สายพาน และขนาดเพลาให้ครบก่อนเลือก SPA, SPB หรือ SPC เพื่อให้มู่เล่ย์ตรงกับระบบที่ใช้งานจริง

โทร: 02-431-1100
แฟกซ์: 02-431-2104
Line: @innodrive
Facebook: Innodrive Co., Ltd.